โครงการ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อชะอม หมู่ที่ ๑๑

สถานที่ตั้ง

อำเภอ แก่งหางแมว จังหวัด จันทบุรี

รายละเอียดโครงการ ถอดบทเรียน

 

 

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อชะอม
 


๑. ประวัติความเป็นมา

        โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อชะอมเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนในหมู่บ้านได้ร่วมกันบริจาคเงินและที่ดิน  ร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ขนาด  ๒ ห้องเรียนและร่วมกันบริจาคทรัพย์  เพื่อจ้างครูมาช่วยสอนเด็กนักเรียน  ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘  เป็นต้นมา

         ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๑  คณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนบ้านบ่อชะอมได้ทำหนังสือถึงกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๑  เพื่อขอรับการสนับสนุนข้าราชการตำรวจกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๑ มาทำหน้าที่ครู  กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๑ ได้พิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็น จึงได้จัดส่งข้าราชการตำรวจ  จำนวน  ๕  นาย  มาเพื่อทำหน้าที่สอนเด็กนักเรียน  และได้รับการจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม  ๒๕๓๔

         สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ  สยามบรมราชกุมารี   เสด็จ ฯ  ทรงเยี่ยมโรงเรียน และติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ จำนวน  ๓  ครั้ง   ดังนี้

ครั้งที่ ๑  วันที่   ๑๐  เมษายน   พ.ศ. ๒๕๓๘

ครั้งที่ ๒  วันที่  ๒๒  ตุลาคม     พ.ศ. ๒๕๔๔    ( ครั้งที่ ๓๐๒  )

ครั้งที่ ๓  วันที่  ๒๖  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๔๙   ( ครั้งที่ ๔๔๒  )

๒. ปรัชญาของโรงเรียน

                    “ สร้างภูมิปัญญา พัฒนาคุณภาพชีวิต สัมฤทธิผลความมั่นคง ”

๓. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน

       โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อชะอมมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้  ความสามารถทางด้านวิชาการควบคู่กับวิชาชีพที่เน้นการปฏิบัติจริง และเรียนรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเสริมสร้างผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นไทย รักท้องถิ่น ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๔

๔. ระบบการศึกษา

        โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อชะอมสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๑  จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช ๒๕๕๒  เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นเด็กปฐมวัยถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖  แบ่งเป็น  ๒  ภาคเรียน

                   ภาคเรียนที่ ๑  เปิดวันที่  ๑๗  พฤษภาคม    ถึงวันที่  ๑๐  ตุลาคม

                   ภาคเรียนที่ ๒  เปิดวันที่   ๑   พฤศจิกายน   ถึงวันที่  ๓๑  มีนาคม

๕. ระบบการบริหารและดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ

        ปัจจุบันมี ร.ต.ท. เสรี   อ่อนแพง  เป็นครูใหญ่ บริหารงานภายใต้คณะกรรมการสถานศึกษา  รวมทั้งได้มีการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ  จำนวน 8 โครงการ  ประกอบด้วย

๕.๑ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน

๕.๒ โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน

๕.๓ โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กฯ

๕.๔ โครงการส่งเสริมสุขภาพการศึกษา

๕.๕ โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์

๕.๖ โครงการฝึกอาชีพ

๕.๗ โครงการส่งเสริมสหกรณ์

๕.๘ โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๖. จำนวนครูและจำนวนนักเรียน

               เมื่อเริ่มก่อตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านบ่อชะอมมีนักเรียน ๖๐ คน  มีครูตำรวจตระเวนชายแดน ๕ คน ปัจจุบันมีโรงเรียนมีนักเรียน  จำนวน  ๘๒  คน  เป็นชาย ๔๒  คน และ หญิง ๔๐ คน  มีครูตำรวจตระเวนชายแดน ๘ คน ครูผู้ดูแลเด็กเล็กก่อนวัยเรียน จำนวน ๒ คน  และครูอัตราจ้าง ๒ คน  โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าตอบแทนรายเดือนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี

ตารางแสดงจำนวนนักเรียน  ปีการศึกษา ๒๕๕๓

 

ชั้น

จำนวนนักเรียน   ( คน )

ชาย

หญิง

รวม

เด็กเล็กก่อนวัยเรียน

๑๐

๑๑

๒๑

ประถมศึกษาปีที่  ๑

๒

๘

๑๐

ประถมศึกษาปีที่  ๒

๒

๕

๗

ประถมศึกษาปีที่  ๓

๔

๓

๗

ประถมศึกษาปีที่  ๔

๖

๓

๙

ประถมศึกษาปีที่  ๕

๘

๒

๑๐

ประถมศึกษาปีที่  ๖

๑๐

๘

๑๘

รวม

๔๒

๔๐

๘๒

 

ลำดับ

ชื่ออาคาร

ผู้สนับสนุน/ผู้บริจาค/งบประมาณ

สร้างเมื่อ

๑

อาคารศรีบางบัว

ประชาชนในพื้นที่

พ.ศ. ๒๕๒๘

๒

บ้านพักครู

ประชาชนในพื้นที่

พ.ศ. ๒๕๓๑

๓

อาคารสหกรณ์

ประชาชนในพื้นที่

พ.ศ. ๒๕๓๑

๔

อาคารเก็บสื่อ

ประชาชนในพื้นที่

พ.ศ. ๒๕๓๑

๕

ห้องน้ำห้องส้วม

หน่วยกิจการพลเรือนร่วมผสมไทย-สหรัฐอเมริกา

พ.ศ. ๒๕๓๖

๖

อาคารเรียนคอบบร้าโกลด์

หน่วยกิจการพลเรือนร่วมผสมไทย-สหรัฐอเมริกา ราคา ๖๔๐,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕๓๖

๗

อาคารโรงอาหาร

ค่ายอาสาพัฒนา ม.บูรพา

พ.ศ. ๒๕๓๖

๘

อาคารพยาบาล

กศ.บป.การตลาด ม.ราชภัฎรำไพพรรณี

พ.ศ. ๒๕๔๑

๙

อาคารเรียนสมาคมแม่บ้านตำรวจ

สมาคมแม่บ้านตำรวจ ราคา ๙๒๘,๐๐๐บาท

พ.ศ. ๒๕๔๔

๑๐

ห้องสรง

กก.ตชด. ๑๑

พ.ศ. ๒๕๔๔

 

บ้านบ่อชะอม

หมูที่ ๑๑  ตำบลพวา   อำเภอแก่งหางแมว   จังหวัดจันทบุรี

ประวัติความเป็นมา

       เมื่อปี  ๒๕๑๒  ราษฎรจากพื้นที่อื่นอพยพเข้ามาและรวมตัวกันสร้างหมู่บ้านขึ้น ซึ่งในสมัยนั้นมีบ่อน้ำที่มีต้นชะอมขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ และเริ่มเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “ บ้านบ่อชะอม ”

สภาพภูมิประเทศ

       เป็นพื้นที่ราบเชิงเขาเป็นส่วนใหญ่ เหมาะกับการเพาะปลูกพืชไร่และพืชสวน

จำนวนประชากร

       บ้านบ่อชะอม  จำนวน  ๑๖๑  หลังคาเรือน แยกเป็นประชากรชาย จำนวน ๓๕๗ คน ประชากรหญิง ๓๖๖  คน รวมทั้งหมด  ๗๒๓  คน

อาณาเขต

       - ทิศเหนือ       ติดกับ  บ้านบ่อไฟไหม้

       - ทิศใต้           ติดกับ  บ้านเนินจำปา

       - ทิศตะวันออก  ติดกับ  บ้านเขาฆ้อง

       - ทิศตะวันตก    ติดกับ  อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง

การประกอบอาชีพ

           - มีอาชีพทำสวนยางพารา ทำไร่มันสำปะหลัง สวนผลไม้ และรับจ้างทั่วไป

           - รายได้เฉลี่ย ๓๐,๐๐๐  – ๓๕,๐๐๐ บาท ต่อปี ต่อครอบครัว

ศาสนา

          - ราษฎรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

          - ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ภาษาไทย   และภาษาท้องถิ่น ( อิสาน, ระยอง )

แหล่งน้ำอุปโภค บริโภค

- น้ำอุปโภคจะใช้น้ำประปาของหมู่บ้าน น้ำบริโภคใช้น้ำฝน

ด้านสาธารณสุข

         - บ้านบ่อชะอม มีสถานีอนามัยบ้านเนินจำปา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๓ ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี  ห่างจากโรงเรียน ๕  กิโลเมตร  ให้บริการดูแลและรักษาสุขภาพอนามัยให้กับประชาชนและเด็กนักเรียนในพื้นที่ จำนวน  ๕  หมู่บ้าน

การคมนาคม

         - บ้านบ่อชะอม ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดจันทบุรี ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร โดยถนนลาดยาง

                    - ห่างจาก กก.ตชด. ๑๑ ประมาณ  ๙๕  กิโลเมตร โดยถนนลาดยาง

                    - ห่างจากอำเภอแก่งหางแมว ประมาณ  ๓๐  กิโลเมตร โดยถนนลาดยาง

สาธารณูปโภค – สาธารณสมบัติ

         - มีระบบโทรศัพท์พื้นฐาน

         - มีระบบประปา และระบบไฟฟ้า

         - ร.ร.ตชด.จำนวน ๑ แห่ง

         - วัดและสำนักสงฆ์ จำนวน ๒ แห่ง

         - ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน จำนวน ๑ แห่ง

การเมืองการปกครอง

           - มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย

           - ประชาชนมีความสามัคคีและช่วยเหลือกันในระบบเครือญาติ

           - มีขนบธรรมเนียมประเพณี

          - มีการจัดประชุมหมู่บ้านอาทิตย์สุดท้ายของเดือน

 

  • ประเภทโครงการ : โครงการพัฒนาด้านสวัสดิการสังคม/การศึกษา

curve