องค์ความรู้เรื่อง "โครงการนิคมสุคิริน"

รายละเอียดองค์ความรู้

 

 องค์ความรู้โครงการนิคมสุคิริน

 

         เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรโครงการศิลปาชีพ นิคมสร้างตนเองสุคิริน ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๗ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรลำธารไอร์ยาเด๊ะ มีพระราชดำริ ให้กรมชลประทานก่อสร้างฝาย เพื่อส่งน้ำสนับสนุนการทำนา และให้นิคมฯ สุคิริน ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ทำนาข้าวขั้นบันไดบ้านยาเด๊ะ

         เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๖ และเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๗ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรนิคมฯ สุคิริน มีพระราชดำริให้จังหวัดนราธิวาส และผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองสุคิริน พิจารณาจัดตั้งหมู่บ้านศิลปาชีพ โดยจัดที่ดินทำกินให้ราษฎรครอบครัวละ ๕ ไร่ โดยดำเนินการในรูปแบบ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” ให้คนอาศัยอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล และส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตร การปลูกพืชผักสวนครัว และงานศิลปาชีพต่างๆ ให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

          หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม ๑๗ หน่วยงาน ได้ร่วมกันดำเนินการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนบริเวณบ้านไอร์ปาโจ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส จำนวน ๗๕๐ ไร่ คัดเลือกบุตรหลานของสมาชิกศิลปาชีพที่ยากจน เข้าอยู่อาศัยในพื้นที่โครงการ ๓๘ ครอบครัว โดยสนับสนุนส่งเสริมการเกษตรผสมผสาน ปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพรเลี้ยงสัตว์ปีก เลี้ยงปลา ปลูกพืชไร่ไม้ผลเชิงอนุรักษ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ป่า ส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว ไม้ใช้สอย และปลูกพืชที่เป็นวัตถุดิบของงานศิลปาชีพ เช่น หวาย ย่านลิเภา เป็นต้น นอกจากนี้ยังสนับสนุนจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อกิจกรรมต่างๆ ส่งเสริมให้สมาชิกเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพและทักษะงานศิลปาชีพ ณ พระราชวังสวนจิตรลดาและพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๑ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เกี่ยวกับโครงการนิคมสร้างตนเองสุคิริน ตอนหนึ่งความว่า

       “...ชาวอำเภอสุคิริน ที่ติดชายแดน ไทย – มาเลเซีย ก่อนนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ ๒๐ กว่าปีเสด็จฯ ไปครั้งแรกทุกข์ยากมากกว่าจะไปถึง...ถนนก็เป็นดินโคลนลื่น ขนาดใช้รถจี๊บ กว่าจะไปถึงก็แย่ มีนิคมสร้างตนเองที่นั่น ประกอบด้วย ชาวอีสาน ชาวไทยทางใต้ ต่างๆ ...ได้แบ่งพื้นที่สำหรับ ทำนา ทำไร่ เพราะว่าเดิมไม่มีนา ไม่มีไร่ ไม่มีทางทำมาหากิน ...มาใหม่ๆ น้ำตาร่วงกันเป็นแถว เพราะว่าทางเข้าออกลำบากเหลือเกิน ซ้ำมีช้างป่า...ไหนจะสู้กับปัญหาการเงินแล้ว ยังต้องสู้กับช้างอีก...

               ...เดี๋ยวนี้ที่ข้าพเจ้าไปพบ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีกำลังใจ แล้วมาขอพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ขยายพื้นที่นิคมสำหรับลูกหลาน...และฝีมือของเขาที่เขาทำนี่ นอกจากทำนาทำไร่ เลี้ยงไก่เลี้ยงหมูแล้ว ยังทำเกี่ยวกับสานลิเภา เส้นลิเภาสวยงามมาก แล้วยังมีการ  ทอผ้า มีการปั้น แกะสลัก ฝีมือดีทั้งนั้นเลย...”

 

 


  กลุ่มนโยบายพิเศษ 
                    ๑๘  กันยายน  ๒๕๖๓
 
 

curve