องค์ความรู้เรื่อง "โครงการบางนรา"

รายละเอียดองค์ความรู้

            องค์ความรู้เรื่อง "โครงการบางนรา"

             แม่น้ำบางนรา เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดนราธิวาส พื้นที่ลุ่มน้ำขนานไปตามชายฝั่งทะเลตะวันออก  ยาว ๖๐ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอตากใบ ออกทะเลสองทาง คือ ไหลออกอ่าวไทยตรงปากแม่น้ำที่อำเภอเมืองนราธิวาส และไหลลงสู่แม่น้ำสุไหงโก - ลก บริเวณอำเภอตากใบ ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย

             นอกจากนี้ยังมี ลำน้ำสาขาหลายสาย ได้แก่ คลองยะกัง คลองโต๊ะเจ๊ะ คลองจวบ และคลองสุไหงปาดี ลักษณะภูมิประเทศใกล้ชายฝั่งทะเล ทำให้ประสบปัญหา น้ำจืด น้ำเปรี้ยว น้ำเค็ม ไหลมาบรรจบกัน กลายเป็นน้ำกร่อย รวมทั้งในช่วงฤดูฝน มีปัญหาน้ำหลากท่วมสองฝั่งแม่น้ำเป็นประจำ หรือที่เรียกว่าปัญหา “สี่น้ำสามรส” สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูก และการประกอบอาชีพการประมง

         พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ และเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร ได้ทรงทราบปัญหาดังกล่าวและทรงหาวิธีแก้ไขบรรเทาปัญหา โดย มีพระราชดำริเมื่อปี ๒๕๒๓ สรุปความว่า ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา ทั้งวิธีการระบายน้ำบรรเทาปัญหาอุทกภัย วิธีกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม โดยการก่อสร้างประตูระบายน้ำที่ปากแม่น้ำบางนราทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมจัดระบบชลประทานและระบบระบายน้ำ การแยกน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำเปรี้ยว ออกจากกันโดยกักน้ำจืดไว้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร สร้างระบบป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่ทำกินและระบายน้ำเปรี้ยวซึ่งขังอยู่ในพื้นที่ทำกินของราษฎรออกไป และปรับปรุงคุณภาพดินให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้

              เมื่อปี ๒๕๒๔ กรมชลประทานดำเนินการขุดคลองน้ำแบ่งเพื่อระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย และก่อสร้างประตูระบายน้ำ ที่ปากแม่น้ำบางนราตอนบน อำเภอเมืองนราธิวาส และที่ปากแม่น้ำบางนราตอนล่าง อำเภอตากใบ โดยสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีบานระบาย ๒ ช่อง ระบายน้ำสูงสุด ๓๒๖ ลูกบาศก์เมตร/วินาที ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกบริเวณสองฝั่งแม่น้ำบางนรา

            เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๐ เสด็จฯ ไปทรงวางศิลาฤกษ์โครงการประตูระบายน้ำบางนรา ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๓๓ สามารถป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำบางนราและกักเก็บน้ำจืดสำหรับพื้นที่ชลประทาน ๖๘,๒๙๔ ไร่ ราษฎรสามารถใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี ส่งผลให้มีรายได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

 

 

  กลุ่มนโยบายพิเศษ
                                       ๓๑ กรกฎาคม  ๒๕๖๒

 

 

curve