องค์ความรู้เรื่อง "โครงการห้วยผาก"

รายละเอียดองค์ความรู้

โครงการห้วยผาก

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรฝายกักเก็บน้ำห้วยทรายและบริเวณต้นน้ำของห้วยสามพันนาม อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๒๓ และมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจาณาโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยผากโดยเร่งด่วน เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎร ริมห้วยผากมีน้ำใช้เพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี และช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน  นอกจากนั้นยังช่วยสนับสนุนโครงการชลประทานเพชรบุรีให้ได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
       เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๗  มีพระราชดำริเพิ่มเติมให้พิจารณาวางแผนก่อสร้างแหล่งน้ำตามความเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรี
       กรมชลประทานได้ศึกษาและจัดทำ  รายงานโครงการแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๓๗ สรุปว่าพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยผาก อยู่ในเขตบ้านยางชุม ตำบลกลัดหลวง  อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ทางทิศตะวันตะเป็นภูเขาและจะเขตประเทศพม่า ซึ่งเป็นต้นน้ำของเขื่อนแก่งกระจานและแม่น้ำเพชรบุรีมีพื้นที่ราบสำหรับการเพาะปลูกเพียงเล็กน้อยทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งอยู่ใต้เขื่อนเพชรบุรีลงไปจนจดทะเล สภาพพื้นที่ในบริเวณภูเขา ไม่เหมาะกับการเพาะปลูก แต่มีราษฎรเข้าไปบุกรุกและเปิดป่าทำไร่เป็นหย่อมๆ ได้ได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตามมติ ค.ร.ม. แล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๑
      เริ่มดำเนินการโครงการเมื่อปี ๒๕๔๘ โดยก่อสร้างเขื่อนดิน สูง ๒๔.๕๐ เมตร ยาว ๗๑๖ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๙ เมตร มีอาคารระบายน้ำล้น ๑ แห่ง ท่อส่งน้ำลงลำน้ำเดิม ๑ แห่ง ท่อส่งน้ำ ๑ แห่ง แล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๒ ระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบส่งน้ำด้วยท่อ ความยาว ๑๘.๕๒๑ กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๘ มีปริมาตรกักเก็บน้ำ ๒๗.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกประมาณ ๔,๑๐๐ ไร่ 
      ประโยชน์ของโครงการ สามารถช่วยเหลือราษฎร บริเวณริมห้วยผากให้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ช่วยสนับสนุนโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาเพชรบุรีให้ได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝนในบริเวณใกล้เคียง ใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อบริโภคและเพิ่มรายได้ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

 

 


                                                                                                            กลุ่มนโยบายพิเศษ
                                                                                                            ๑๐  เมษายน ๒๕๖๓

 

 

curve