องค์ความรู้เรื่อง "โครงการสหกรณ์สันกำแพง"

รายละเอียดองค์ความรู้

โครงการสหกรณ์สันกำแพง

           พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงศึกษาวิเคราะห์ดินที่มีปัญหา ในเอกสาร “SoilDev การพัฒนาดิน” เกี่ยวกับโครงการสหกรณ์สันกำแพง
อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สรุปว่า เป็นดินลูกรัง ขาดน้ำ และต้นเหตุของปัญหา : มีการทำลายป่าไม้ เมื่อเริ่มพัฒนามีการ clear (ปอกเปลือก) พื้นที่ โดยตัดไม้ถอนรากให้หมดเตียน และไม่มีการป้องกันมิให้ ดินลูกรัง ที่เหลืออยู่มาก ถูกชะล้างลงห้วยโดยเร็ว (water and wind erosion) นอกจากนี้ยังมีสภาพดินร้อนเนื่องจากมีน้ำพุร้อน

         โครงการสหกรณ์สันกำแพง เริ่มดำเนินการเมื่อปี ๒๕๑๘ โดยสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทขอใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม บริเวณ ต.ออนหลวย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จากกรมป่าไม้ พื้นที่ ๒๒,๒๙๖.๒๕ ไร่ และคัดเลือกเกษตรกรผู้ด้อยโอกาส มีที่ทำกินน้อยหรือไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเอง ในภาคเหนือ ได้แก่ อ.เมือง อ.พร้าว อ.ดอยสะเก็ด อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่, จ.น่าน, จ.เชียงราย, จ.ลำพูน, จ.ลำปาง, จ.กำแพงเพชร จ.พะเยา, และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมโครงการ โดยจัดสรรที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยครอบครัวละ ๒๐๐ ตารางวา และที่ดินสำหรับทำการเกษตรครอบครัวละ ๔ - ๗ ไร่ นอกจากนี้ได้กันพื้นที่ไว้เป็นส่วนกลาง ๙,๒๖๔ ไร่ และพื้นที่ป่า ๑๓,๐๓๒.๒๕ ไร่

                    ต่อมาทรงทราบการดำเนินงานโครงการ มีพระราชกระแส ความว่า

                 “เป็นโครงการที่สมควรจะได้รับการสนับสนุนและควรจะรีบดำเนินการ เพื่อให้ราษฎรได้มีที่ดินทำมาหากินในรูปหมู่บ้านสหกรณ์ และกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสหกรณ์หมู่บ้าน”

            ซึ่งสำนักราชเลขาธิการ ได้อัญเชิญพระราชกระแสกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการ เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๑๘ มีองคมนตรี (นายประกอบ หุตะสิงห์) เป็นประธาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยและปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และมีเลขาธิการสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเป็นกรรมการและเลขานุการ

           เมื่อดำเนินงานโครงการมาเป็นเวลา ๕ ปี สมาชิกโครงการได้ร่วมกันขอจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยวิธีการสหกรณ์ ได้รับการจดทะเบียนเมือวันที่
๑๕ มิถุนายน ๒๕๒๔ ใช้ชื่อว่า “สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง จำกัด”

 


         

กลุ่มนโยบายพิเศษ
          ๕  กรกฎาคม  ๒๕๖๒

curve